บทที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว
อุตสาหกรรม
หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่างๆ มาผลิตบริการอย่างใดอย่างหนึ่งด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายหรือความพึงพอใจ และขายบริการด้านการท่องเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เยี่ยมเยือน
สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Goods) คือ สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือการให้ “บริการ” ผู้บริโภคหรือผู้มาเยี่ยมเยือนไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ ผู้มาเยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับความพึงพอใจจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้รับเท่านั้นเป็นสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้บริโภค คือ ผู้บริโภคต้องเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการ ณ สถานที่ผลิตนั้นเอง ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวต่างๆเป็นสินค้าที่ไม่สูญสลาย คือ เป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง ในบางครั้งต้องดูแลรักษาและบำรุงให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและเสียหายน้อยที่สุดเป็นสินค้าที่เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ก็ได้ คือ เนื่องจากสินค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งที่เมื่อผู้เยี่ยมเยือนได้ซื้อสินค้าแล้ว สินค้าบางประเภทมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ อาทิ อาหาร ของที่ระลึก เป็นต้น แต่บางประเภทเพียงแค่ได้สิทธิ์ในการใช้ หรือชม อาทิ การจ่ายค่าห้องโรงแรม ไม่ใช่การได้เป็นเจ้าของห้อง เพียงแต่ได้สิทธิ์ในการเข้าพักตามระยะเวลาที่ตกลง เมื่อเข้ามาที่น้ำตก ทะเล ภูเขา ผู้เยี่ยมเยือนไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำตก ทะเล ภูเขา เพียงแต่ได้เข้ามาเยี่ยมชมความงดงามเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภท “บริการ” อาทิ รอยยิ้ม ความช่วยเหลือ การดูแล ผู้เยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับ “บริการ” เหล่านั้นในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของ
ดังนั้นจึงสามารถจำแนกองค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ออกเป็น- องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)- องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวธุรกิจการคมนาคมขนส่งธุรกิจที่พักแรมธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร5. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึกธุรกิจ MICEการบริการข่าวสารข้อมูลการอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัยการอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางเศรษฐกิจ1.เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
2.ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ3.ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน4.ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้5.ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตทางเศรษฐกิจ
ทางสังคมและวัฒนธรรม1.ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น2.ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่สังคม3.ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม4.ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา5.ช่วยลดปัญหาความแออัดในเมืองหลวง6.ช่วยเกิดให้เกิดการนำทรัพยากรที่ไร้ค่าในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า
ทางด้านการเมือง1.ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี2.ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
วิวัฒนาการของการท่องเที่ยวอาณาจักร บาบิโลน ( Babylonian Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์ ( Egyptian Kingdom)- การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ( Historic Antiquities) 2600 ปีมาแล้วในอาณาจักรบาบิโลน- มีการจัดงานเทศกาลทางด้านศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนัง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีกเป็นการปกครองแบบนครรัฐ (City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนน จึงนิยมเดินทางทางเรือ- สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า- เดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส- เพื่อการกีฬา โดนเฉพาะในกรุงเอเธนส์
สมัยโรมันได้รวบรวมจักรวรรดิกรีก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร และได้นำเอาวัฒนธรรม ธรรมเนียม ความหรูหราต่างๆ ไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน- สมัยโรมันเป็นสมัยที่การท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณ จนมีนักวิชาการปัจจุบัน กล่าวว่า “ แม้ว่าชาวโรมันจะมิใช่ชาติแรกที่เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม แต่ชาวโรมันก็เป็นชนชาติแรกที่แท้จริงที่สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระบบมวลชนเป็นครั้งแรก” (Mass Tourism)- ชาวโรมันนิยมเดินทางไปชมความสำเร็จของวิทยาการของกรีก อนุสาวรีย์ต่างๆ รูปแกะสลัก ตลอดจนงานเทศกาล- โครงสร้างพื้นฐานถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งถนนหนทาง ที่พักแรม (Inns) ร้านอาหาร ตลอดจนการรักษาความปลอดภัย
ยุคกลาง หรือ ยุคมืด ( Middle Age or Dark Age) ประมาณ ค.ศ. 500-1500- เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน- วันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น- คนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales- การเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ- เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า- ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน โดยเฉพาะชาวอังกฤษที่ร่ำรวย นิยมส่งบุตรชายออกเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับผู้สอนประจำตัว (Travelling Tutors) เป็นระยะเวลา 3 ปี เรียกว่าแกรนด์ทัวร์ (Grand Tour) โดยมีจุดมุ่งหมายที่ประเทศ อิตาลี- อาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้
สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18-19- สังคมเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการล่าอาณานิคมขึ้น- ที่พักแรมได้รับการพัฒนามาตามลำดับ กลายมาเป็นโรงแรม แทนที่ inns ต่างๆ- การโยกย้ายถิ่นฐาน ไปยังดินแดนใหม่ๆ นอกยุโรป อาทิ ไป อเมริกา- มีการพัฒนาประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ กับเรือกลไฟแบบกังหันข้างผสมใบ ทำให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น- มีการพัฒนากิจการรถไฟ และในปี ค.ศ. 1841 โทมัส คุก ( Thomas Cook) ได้จัดนำเที่ยวทางรถไฟแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ที่อังกฤษ ในขณะที่ เฮนรี เวลส์ ก็จัดกิจการนำเที่ยวขึ้นในอเมริกาเช่นกัน
ยุคศตวรรษที่ 20การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พักแรม เงินตรา เอกสารการเดินทาง- ผู้คนหันมานิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟลดน้อยลง- พัฒนาของอุตสาหกรรมการบิน ที่เริ่มขึ้นในยุโรป ปี ค.ศ. 1919 และเริ่มขนส่งผู้โดยสาร ในช่วงหลักสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา- ช่วงหลังสงครามโลก ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางการสงคราม อาทิ หาดนอร์มังดีที่ฝรั่งเศส
วิวัฒนาการการท่องเที่ยวของไทยสมัยสุโขทัย
- การเดินทางเป็นไปอย่างอิสรเสรี โดยส่วนมากเป็นไปเพื่อการค้าขาย และทางศาสนา- ส่วนมากเป็นการเดินทางภายในประเทศเท่านั้น
สมัยอยุธยา
เนื่องจากเป็นอาณาจักรใหญ่ และระบบสังคมเป็นแบบ ศักดินา ผู้คนไม่ค่อยมีอิสระในการเดินทางมากนัก นอกจากไปเพื่อการค้าเล็กๆ น้อย ส่วนด้านการเดินทางเพื่อการพักผ่อน ไม่ค่อยปรากฏ เพราะประชาชนส่วนมามีเวลาว่างไม่มากนัก มักจะอยู่กับบ้านมากกว่า- มีปรับปรุงเส้นทางทางน้ำเพื่อการคมนาคม ตลอดจนเส้นทางทางบก เพื่อความสะดวกสบายทางด้านการค้าเป็นหลัก และเพื่อการเดินทางกลุ่มคนที่มีการเดินทางในสมัยอยุธยา มักจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นปกครอง ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และบรรดาขุนนางทั้งหลาย ในบางครั้งอาจจะมีไพร่ทาสติดตามไปเพื่อรับใช้เช่นกันในประมาณปี ค.ศ. 1511 โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เดินทางเข้ามายังอาณาจักรอยุธยา ตามมาด้วย ญี่ปุ่น อังกฤษ สเปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส
ผลจากการเข้ามาของชาวต่างชาติในสมัยอยุธยาทำให้เกิดความเป็นนานาชาติในพระนครศรีอยุธยามากขึ้น ทำให้เกิดการผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ทั้งของตะวันตก และของไทย ที่น่าสนใจคือ มีบันทึกการเดินทางของชาวตะวันตกที่เขียนเอาไว้เกี่ยวกับ ชีวิตความเป็นอยู่ การเดินทาง สถานที่ต่างๆ ในอาณาจักรอยุธยา แล้วนำกลับไปตีพิมพ์เผยแพร่ที่ตะวันตก ก่อให้เกิดการเดินทางเข้ามายังเอเชีย และอยุธยา มากขึ้น ในฐานะที่อยุธยาเป็นดินแดนของสินค้าของป่า เครื่องเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สามารถสร้างกำไรให้มหาศาลแก่พ่อค้าชาวตะวันตก กล่าวได้ว่าอาณาจักรอยุธยา รุ่งเรืองมากทั้งทางด้านศิลปวิทยากร วัฒนธรรม ประเพณี บ้านเมืองร่ำรวย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการแลกเปลี่ยนคณะทูตานุทูตระหว่างอยุธยาและชาติต่างๆ หลายครั้ง วรรณคดีที่เป็นหลักฐานสำคัญที่กล่าวถึงการเดินทางไปยังต่างแดนที่มีเชื่อเสียงคือ นิราศฝรั่งเศส ของ โกษาปาน ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์หลังสมัยสมเด็จพระนารายณ์ การค้าขายติดต่อกับชาติตะวันตกลดน้อยลง หันไปค้าขายกับจีนมากขึ้น และพยายามพัฒนาบ้านเมืองให้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการส่งสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนาโดยทั่วไป ที่สำคัญคือ เคยมีการส่งคณะสมณทูตไปยังลังกาทวีป และในลังกาเรียกนิกายสงฆ์ของตนว่า สยามวงศ์อีกด้วย
สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์เป็นความพยายามของพระมหากษัตริย์ทั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่พยายามจะทำฟื้นฟูความเป็นอยุธยาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะพบว่า โครงสร้างของบ้านเมือง ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จะคล้ายกับในสมัยอยุธยา
ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่สอง ทรงทำนุบำรุงทางด้านศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาด้านการค้าระหว่างประเทศสมัยรัชกาลที่สาม บ้านเมืองเปิดการค้าขายกับต่างชาติ มากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คล้าย ๆ กับสมัยของสมเด็จพระนารายณ์สมัยรัชกาลที่สี่ ทรงพยายามทำให้บ้านเมืองมีความทันสมัยตามแบบตะวันตก มีชาวตะวันตกเข้ามาพำนักอาศัยในกรุงสยามเป็นจำนวนมาก มีการสร้างที่พัก ร้านอาหารตามแบบตะวันตกเกิดขึ้นหลายแห่งสมัยรัชกาลที่ห้า ทรงปรับปรุงบ้านเมืองในทุกๆ ด้าน มีการเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ รวมทั้งต่างประเทศหลายครั้ง ในยุคนี้มีการสร้างทางรถไฟ เรือกลไฟ นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญทางการท่องเที่ยว มีการเลิกทาส เลิกไพร่ ทำให้คนมีเสรีภาพในด้านต่างๆ มากขึ้น มีการออกไปศึกษาต่อต่างประเทศมากขึ้นเช่นกันสมัยรัชกาลที่หก มีการปรับปรุงสายการเดินรถไฟ มีการสร้างถนนหนทางเพื่อประโยชน์ในทางการสงคราม ตลอดจนการสร้างโรงแรมอีกด้วย
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475สมัยรัชกาลที่เจ็ด เนื่องจากสภาวะบ้านเมืองไม่อยู่ในความสงบและพระองค์ก็มีพระพลานามัยที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงมีการเสด็จประทับตากอากาศบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่หัวหิน ทำให้มีการสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพ-หัวหิน เพื่อส่งเสริมการพักตากอากาศอีกด้วยสมัยรัชกาลที่แปด-ปัจจุบันเนื่องจากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย เปลี่ยนอำนาจการบริหารประเทศมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรี รัฐบาลจอมพล ป. ให้มีการสร้างโรงแรมขึ้นอีก 3 แห่งเพื่อต้อนรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย
บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
คำจำกัดความ 3 คำ ที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว
1 ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว Tourism Resources
สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อยู๋ในรูปนามธรรมและรูปธรรม สามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและประกอบกิจกรรมนันทนาการ
2 จุดหมายปลายทาง Desitation
สถานที่ใดที่หนึ่ง เฉพาะเจาะจงหรืออาจเป็นสถานที่ทั่วๆไป
3สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว Tourist Attraction
สถานที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้คนเดินเข้ามาเยี่ยมชม หรือ ประกอบกิจกรรมต่างๆ
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
ลักษณะเฉพาะต่างๆได้แก่
1 ขอบเขต Scoope
เป็น 2 ประเภทตามขอบเขตได้แก่ 1จุดมุ่งหมายหลัก สถานที่ที่นักท่องเที่ยวมุ่งตรงไปยังสถานที่นั้น
2จุดมุ่งหมายรอง สถานที่แวะพักระหว่างการเดินทางไปจุดมุ่งหมายหลัก2 ความเป็นเจ้าของ
แหล่งท่องเที่ยวทั้งที่เป็นสถานที่ธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น อาจจัดแบ่งได้ตามความเป็นเจ้าของ ทำให้ทราบแหล่งเงินสนุบสนุนมาจากที่ไหนหรือรายได้ต่างๆตกอยู๋ที่ใคร ผู้ที่จัดว่าเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวได้แก่ รัฐบาล องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรและเอกชน
3ความคงทนถาวร
แบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่เป็นสถานที่ อาจจะมีความคงทนกว่าประเปภที่เป็นงานเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ
4ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงได้รับความนิยมอาจมีลักษณะที่เป็น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม สภาพภูมิอากาศ ประวัติศาสตร์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น
2 แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ ได้แก่ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
3 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น งานประเพณีต่างๆ แห่นางแมว บุญบั้งไฟ สงกรานต์ เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
ภาคกลาง
ประกอบด้วย 21 จังหวัด ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำสายสำคัญหลานสาย พื้นที่บริเวณนี่จึงอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ มีประชากรหลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ ก่ให้เกิดงานศิลป์ที่งดงามตามวัดต่างๆ บางแห่งได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ต้องรักษาไว้ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำอันสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้แก่พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น และยังเป็นศูนย์รวมทางด้านการค้า ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย
ภาคเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัด ภาคเหนือมียอดเขาสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือ ยอดเขาดอยอินทนนท์อยู๋ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่บริเวณภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว พืชไร่ และผลไม้อีหลากหลายชนิด ภาคเหนือยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของปรนะเทศไทย อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระธาตุดอยสุเทพ และวัดวาอารามอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหัตถกรรมที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัดเป็นแหล่งของต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรมแม่น้ำชีและลำตะคอง ทางทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างภาคอีสานชองไทยกับกุมพูชาและลาว ทางตอนใต้มียอดเขาเขียวที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1292 เมตร ส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานเป็น 2 ส่วนคือ แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร แหล่งท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และเขาใหญ่ เป็นต้น
สินค้าที่ระลึกที่สำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอม์อ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักรสานและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย 4 จังหวัด ลักษณธเป็นที่ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ มีแม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย อีกทั้งยังมีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะสีชัง เกาะกูด เกาะเสม็ด เกาะมัน ในจังหวัดชลบุรีบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆในภูมิภาคตะวันออก และยังเป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ
ภาคใต้
ประกอบด้วย 14 จังหวัด ทุกจังหวัดของภาคใต้มีเขต ติดต่อกับทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลา ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ภ้ำ ทะเลสาบ มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช โดยมีเทือเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีแม่น้ำสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง กิจกรรมงานประเพีณีของภาคใต้ อาทิเช่น การแสดงโนราห์ หนังตะลุง รองเง็ง การชนวัว งานแข่งเรือกอและ งานกินเจ เป็นต้น
ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดเป็นมรดกโลกทั้ง5 แหล่งประกอบด้วยมรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่
สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร 3 อุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง และมีความรุ่งเรืองในอดีตช่วงใกล้เคียงกัน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยอาณาจักรสุโขทัยถือเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เป็นศูนย์กลางความเจริญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมในทุกๆด้าน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ รวมทั้งการวางผังเมืองที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา ซึ่งถือเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์ชาติไทยช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลักฐานที่เหลืออยู่ยังคงยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองและความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรมในอดีตของอาณาจักรสุโขทัยได้เป็นอย่าง
พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างยาวนานถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 5 ราชวงศ์ จำนวน 33 พระองค์ ตั้งอยู่บนทำเลที่ตั้งอันอุดมสมบูรณ์จึงนับเป็นราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมอย่างสูงยิ่ง มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง มีการส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีถึงทวีปยุโรปเลยทีเดียว
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป็นแหล่งที่ขุดค้นพบร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอายุกว่า 5,600 ปี โดยทางกรมศิลปากรได้ขุดค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณและภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงและลวดลายงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่บรรพบุรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงสามารถจะผลิตภาชนะเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความสวยงามเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน และมีร่องรอยความเจริญก้าวหน้าที่บ่งบอกว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงนั้นรู้จักทำการเกษตรกรรมและการเพาะปลูกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2535
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของเมืองไทยที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534 ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตกที่ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวมกันกว่า 4 ล้านไร่หรือราว 6,427 ตารางกิโลเมตร และยังเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเทือกเขาในเขตพม่า ทำให้ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้เป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า ซึ่งป่าตะวันตกแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดเช่น ช้าง เสือ กระทิง วัวแดง ควายป่า หมี เก้ง กวาง สมเสร็จ และเป็นถิ่นอาศัยของนกนานาชนิดโดยเฉพาะนกยูงไทยกำลังใกล้สูญพันธุ์
ผืนป่าเขาใหญ่- ดงพญาเย็น นับเป็นแหล่งมรดกโลกล่าสุดของไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ป่าผืนนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ป่ารวมกันราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงยิ่ง
คุณลักษณะที่ดีของแหล่งท่องเที่ยว ต้องประกอบด้วย 3As คือ เป็นสถานที่ทีมีความดึงดูดattractions ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกamenities และสามารถเข้าถึงได้accessibilities
บทที่ 5 การการคมนาคมขนส่ง
ความหมาย
การคมนาขนส่งหมายถึงกระบวนการที่เกี่วข้องกับการเคลื่อนย้าย คน สัวต์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ได้ตกลงกันไว้
ความเป็นมา
พัฒนาการขนส่งทางบก
ประวัติการขนส่งทางบก เริ้มขึ้นสมัย 200 ปีก่อนคริสตกาลหรือยุคบาบิลอนซึ่งใช้คนลากรถสองล้อไปบนถนน ก่อนที่จะนำสัตว์มาช่วยลากในยุคอียิปต์และกรีก จนกระทั่งยุคโรมันพัฒนาจากรถลากสองล้อเป็นสี่ล้อที่ใช้ม้าลาก ได้มีการประดิษฐ์รถม้าโดยสารในประเทศอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อให้บริการด้านการขนส่งได้มีการขนส่งโดยรถม้าโดยสารนี้เป็นประจำในฤดูร้อนระหว่างเมืองLondonและOxford
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ ขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาการขนส่งทางเรือและรถไฟส่งผลให้ผู้คนเดินทางเป็นจำนวนมาก ได้มีการเปิดให้บริการรถไฟไอน้ำขึ้นในประเทศอังกฤษขบวนแรกขึ้นในปี ค.ศ.1825 (พ.ศ.2368)
ต่อมาความนิยมเดินทางรถไฟน้อยลง เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนารถยนตร์ขึ้นในปี ค.ศ.1920 (พ.ศ.2463)ทำให้รถยนต์กลายเป็นพาหนะสำคัญแทนที่รถไฟ
พัฒนาการขนส่งทางน้ำ
การขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่เก่าแกที่สุดในโลก การขนส่งโดยสารทางเรือเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1722 (พ.ศ.2315)ในประเทศอังกฤษระหว่างเมือง Manchester กับ London หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1815 (พ.ศ.2358)ได้มีการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญอังกฤษชื่อ ซ๊ลอนของบริษํท Penisula Oriental Steam
จนกระทั่งปี ค.ศ.1819 พ.ศ. 2362 มีเรือที่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรเป็นครั้งแรกได้คือ เรือกลไฟ Savannah เป็นเรือที่แล่นระหว่างเมือง Savannah รัฐจอร์เจียกับเมือง Liverpool ประเทศอังกฤษโดยใช้เวลา 29 วัน
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ธุรกิจเรือสำราญได้รับผลกระทบรุนแรงมากสภาวะเศรฐกิจตกต่ำ จึงจำเป็นต้องมรีการลดราคารการเดินทางลง ในประเทศไทย การคมนาขนส่งทางน้ำในอดีตนั้นเริ่มจากการใช้เรือขนาดเล็กเพื่อทำประมง และขนส่งสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก ชาวจีนได้เข้ามาตั้งธุรกิจเดินเรือขึ้นในประเทศสยามเป็นครั้งแรก
พัฒนาการขนส่งทางอากาศ
หลังจากปี ค.ศ.1903 (พ.ศ.2446)ซึ่งเป็นปีที่สองพี่นร้องตระกูล Wright ได้คิดค้นและประดิษฐ์เครื่องบินขึ้นเป็นครั้งแรก เที่ยวบินทางด้านธุรกิจครั้งแรกในโลกเกิดขึ้นระหว่าง London และ Paris แต่เที่ยวบินให้บริการขนส่งผู้โดยสารได้เกินขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ1927 (พ.ศ.2470)หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง แต่ละประเทศได้เร่งแข่งขันกันที่จะนำเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาแล้วมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ.1939(พ.ศ.2502) บริษัทผลิตเครื่องโบอิ้งของสหรัฐอเมริกาได้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง 707 ในฐานะที่เป็นเครื่องบินโดยสารไอพ่นรุ่นแรกขึ้นได้รับการพัฒนามาจากเครื่องบิน Jumbo ไอพ่นขนาดใหญ่ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้ 500 คนและบินได้ไกลถึง7000ไมล์ จากNew York ถึง Tokyo โดยไม่ต้องหยุดแวะเติมเชื้อเพลิงเลย
ประเภทธุรกิจคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1ธุรกิจการขนส่งทางบก
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนตร์ส่วนบุคคล
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
รถตู้เพื่อนันทนาการ
รถโดยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว
2ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้
2.1 เรือเดินทะเล
2.2 เรือสำราญ
2.3 เรือข้ามฟาก
2.4 เรือใบและเรือยอร์ช
3 ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
การเดินทางท่องเที่ยวทางอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ดังนี้
3.1 การบินลักษณะเที่ยวประจำ เป็นการบินระหว่างเมืองต่อเมือง มีตารางบินที่แน่นอน
3.1.1 เที่ยวบินประจำภายในประเทศ
3.1.2 เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ
3.2 การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ
3.3 การบินลักษณะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
บทที่ 6 ที่พักแรม
ความเป็นมา
ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศ
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก โรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
-โอเรียลเต็ลโฮเต็ล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกลาสีเรือชาวต่างชาติเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ต่อมาเปลี่ยนแปลงเจ้าของและปรับปรุงรื้อขยายและสร้างใหม่ ปัจจุบันจัดเป็นโรงแรมมาตรฐานสากลชั้นนำแห่งหนึ่ง
-โฮเต็ลหัวหิน หรือโรงแรมรถไฟหัวหิน สร้างเสร็จในปีพ.ศ.2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยกรมรถไฟหลวง จัดให้บริการตามแบบกิจการโฮเต็ลในยุโรป มีความหรูหรา ใช้รับรองแขกเมืองและเป้นที่นิยมของชาวกรุงที่เดินทางไปพักผ่อนในสมัยนั้น
-โฮเต็ลวังพญาไท เป็นโรงแรมหรูหราในสมัยรัชกาลที่ 7 โดยปรับปรุงจากพระราชวังพญาไท ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ชาวต่างชาติ และเป้นที่จัดกิจกรรมสังสรรค์ของสังคมชาวกรุงในสมัยนั้น
-โรงแรมรัตนโกสินทร์ สร้างเมื่อพ.ศ.2485 ในสมัยรัชกาลที่ 8 บนถนนราชดำเนินกลางใกล้สะพานผ่านพิภาพลีลา พร้อมกับโรงแรมสุริยานนท์ โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นกิจการชั้นนำที่ใช้รับรองแขกเมืองสำคัญและเป็นที่ชุมนุมของชาวสังคมยุคนั้น
ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม
ต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่
-ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก
-ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง
-ความสะดวกสบายจากบริการสิง่อำนวยความสะดวกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้พักกลุ่มต่างๆ
-ความเป็นส่วนตัว
-บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
-ภาพลักษณ์ของกิจการและอื่นๆ
ประเภทที่พักแรม
ประเภทที่พักแรมสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญได้แก่ โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยว
1 โรงแรม หมายความว่า สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน
1.1เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม
-ด้านที่ตั้ง
-ด้านขนาด
-ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก
-ด้านราคา
-ด้านระดับการบริการ
-ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์
-ด้านความเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร
โรงแรมอิสระ เป็นโรงแรมที่เจ้าของกิจการดำเนินการเอง ตามนโยบายและวิธีการที่กำหนดขึ้นเองอย่างอิสระ มีอำรนาจในการบริหารโดยสมบูรณ์ทำให้คล่องตัวในการจัดการ
โรงแรมจัดการแบบกลุ่ม/เครือหรือเชน เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบกลุ่ม มักใช้ชื่อประกอบการที่แสดงความเป็นสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสำนักงานส่วนกลางควบคุมด้านนโยบาย มีข้อตกลงตามสัญญาในการดำเนอนธุรกิจร่วมกัน
2ที่พักนักท่องเที่ยว
-บ้านพักเยาชนหรือโฮสเทล เป็นที่พักราคาประหยัดพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางท่องเที่ยวในดินแดงต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพและสันติภาพในสังคมโลกและสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากการเดินทาง การดำเนินการของกิจการเป็นแบบไม่หวังผลกำไรมีการจัดตั้งเป็นสมาคมบ้านเยาวชนในแต่ละประเทศ และทุกแห่งจะเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธืบ้านเยาวชนนานาชาติ
-ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด ได้แก่ บีแอนดฝืบี B&Bย่อมาจากBed abd Breakfast เพนชั่น ส่วนใหญ่เป็นบ้านให้เช่าพักในต่างประเทศ
-ที่พักริมทางหลวง ได้แก่ โมเต็ล เป็นที่พักขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้หรือริมทางหลวงสายหลักหรือระหว่างเมือง ให้บริการห้องพักและที่จอดรถหน้าห้องพักในราคาแบบประหยัด มีสิง่อำนวยความสะดวกจำกัดและไม่มีบริการอาหาร เป้นที่พักที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา
-ที่พักแบบจัดสรรเวลาพักหรือไทม์แชริ่ง เป็นที่พักบริการคล้ายโรงแรม ใช้วิธีจัดการเพื่อจัดสรรให้มีการหมุนเวียนเข้าพักในกลุ่มที่พักตักอากาศ ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักที่มีการเฉลี่ยกรรมสิทธิ์ถือครอง โดยแต่ละหน่วยห้องพักคลายห้องชุดจะมีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถือกรรมสิทธิ์จากการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการซื้อผู้ร่วมถือกรรมสิทธิ์ใช้บริการตามจำนวนวันพักเฉลี่ยที่กำหนดไว้ต่อไป เป็นประเภทธุรกิจที่เติบโตและได้รับความนิยมมากในอเมริกา
-เกสต์เฮ้าส์ เป็นที่พักขนาดเล็กราคาประหยัด ส่วยใหญ่ดัดแปลงมากจากบ้านพักเดิมที่เจ้าของแบ่งให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก อาจจัดอาหารเช้าบริการให้หรือไม่มีก็ได้ มักตั้งอยู่ในย่านชุมชนหรือตามเมืองท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ
-อาคารชุดบริการที่พักระยะยาวหรือเซอร์วิสอพาตเม้นท์ เป็นที่พักให้บริการห้องชุดสำหรับผู้พักระยะยาวป้นสัปดาห์/เดือน/ปี กิจกรรมจะเน้นบริหารห้องพักในรูปแบบคล้ายคลึงกับบริการโรงแรม มีห้องครัวปรุงอาหารให้
-ที่พักกลางแจ้ง เป็นที่พักแบบประหยัดที่สุดในประเทศตะวันตก โดยจัดพื้นที่ลานกลางแจ้งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่นิยมใกล้ชิดธรรมชาติได้ตั้งค่ายหรือพักเต้นท์หรือเช่าจอดรถพ่วงซึ่งภายในรถมีทั้งที่นอน ห้องน้ำและบริเวณครัว
-โฮมสเตย์ หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เป็นรูปแบบบริการที่พักพร้องกิจกรรมท่องเที่ยว ที่พักมีลักษณะเป็นบ้านพักที่นักท่องเที่ยวพักร่วมกับเจ้าของบ้านและได้ร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนนั้น
แผนกงานโรงแรม
-แผนกงานส่วนหน้า รับผิดชอบการรับจองห้องพัก การต้อนรับ ลงทะเบียน บริการข้อมูล ขนย้านสัมภาระ
-แผลกงานแม่บ้าน รับผิดชอบการจัดเตรียมห้องพักแขก การซักรีด จัดดอกไม้
-แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รับผิดชอบกระบวนการผลิต การบริการอาหาร
-แผนกขายและการตลาด รับผิดชอบวางแผนตลาด และควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผลกบัญชีและการเงิน ดูแลจัดทำบัญชีและควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผนกทรัพยากรมนุษย์ ในบางกิจการขนาดเล็กและเป็นแผนกบุคคล
ประเภทห้องพัก
-Single ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว
-Twin ห้องพักเตียงคู่แฝด
-Double ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ สำหรับนอนได้ 2 คน
-Suit ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไปโดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่น
บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว
ตัวแทนการจำหน่ายการท่องเที่ยวที่สำคัญ 4 ประเภทคือแทรเวลเอเจนซี่ บริษัททัวร์ บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวและบริษัทรับจัดการประชุมแทรเวล เอเจนซี่ TRAVEL AGENCYแทรเวล เอเจนซี่ หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนขายสินค้าทางการท่องเที่ยวและช่วยเหลือในการวางแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าด้วยบทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่Airline Reporting Corporation ARC กล่าวว่าแทรเวลเอเจนซี่มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้1 จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว2 ทำการจอง3 รับชำระเงิน4 ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง5 ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ6 ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร7 ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ1จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยวมีหน้าที่จัดหาราคาต่างๆ เช่น ค่าโดยสารเครื่องบิน ราคาห้องพักของโรงแรม ราคาค่ารถเช่าเป็นต้น2ทำการจองในการจองบัตรโดยสารเครื่องบินแทรเวลเอเจนซี่ ต้องการข้อมูลต่างๆดังนี้2.1จำนวนผู้โดยสารพร้อมชื่อและนามสกุล2.2เบอร์โทรศัพท์2.3ที่อยู๋ทางไปรษณีย์2.4ชื่อผู้จอง2.5ข้อมูลความต้องการบริการพิเศษ2.6วันที่ออกบัตรโดยสาร2.7รูปแบบการชำระเงิน3รับชำระเงินแทรเวลเอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองจาก ARC จะได้รนับอนุญาตให้รับชำระเงินค่าบัตรโดยสารได้ทุกๆสัปดาห์ แทรเวลเอเจนซี่ จะต้องส่งรายงานให้กับ ARC เกี่ยวกับจำนวนบัตรโดยสารที่ขายและจำนวนเงินที่ได้รับจากการขายรายได้จากการขายบัตรโดยสารจะต้องนำเข้าบัญชีพิเศษที่เรียกว่า settlement account ซึ่ง ARC สามารถถอนเงินเพื่อนำไปชำระค่าบัตรโดยสารให้กับสายการบินต่างๆโดยจะหักค่านายหน้าcommission 10% ให้กับแทรเวล เอเจนซี่ประโยชน์ของการใช้บริการแทรเวล เอเจนซี่1 แทรเวล เอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว มีความเป็นมืออาชีพ จึงสามารถเสาะหาสินค้าที่เหมาะสมได้ดีกว่าและรู้ปัญหาต่างๆมากกว่า2 แทรเวล เอเจนซี่ สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด3 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก4 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา5 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักผู้ประกอบการธุรกิจมากกว่า6 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่าประเภทของแทรเวล เอเจนซี่4 ประเภท คือ1 แบบที่มีมาแต่เดิม A Conventional Agencyแทรเวล เอเจนซี่ ประเภทนี้มักขายผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยวที่หลายหลายและเต็มรูปแบบเช่น ขายบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก บริการเช่ารถ โปรแกรมทัวร์ ลูกค้าสามารถจองหรือขอคำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทางอีเมลล์หรือไปที่สำนักงาน โดยทั่วไปมักจะขายให้กับลูกค้าที่อยู๋ในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง2 แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต Online Agenciesเอเจนซี่แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ตเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจุดเด่นของเอเจนซี่ที่ขายทางอินเตอร์เน็ตคือ สามารถขายไปยังที่ต่างๆทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะชุมชน หรือแหล่งที่ตั้งแห่งหนึ่งแห่งใด3 แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง Specialized Agencเiesอเจนซี่แบบอิสระ และแบบที่เป็นส่วนหนึ่งของคอนซอเตียม พบว่าอาจจะทำธุรกิจได้ดีขึ้นหากขายไปยังกลุ่มตลาดลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะทาง เช่น ตลาดนักธุรกิจ ตลาดเรือสำราญ ตลาดลูกค้าระดับสูง4แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก Home-Based Agenciesในปัจจุบันที่ธุรกิจต่างๆสามารถทำได้โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ประกอบการแทรเวลเอเจนซี่ อาจปรับเปลี่ยนบ้านหรือที่พักเป็นสำนักงาน ซึ่งเป็นการประหยัดในการเดินทางไปยังสำนักงานและไม่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนสูงบริษัททัวร์บริษัททัวร์ หมายถึง ธุรกิจที่จัดทำทัวร์แบบเหมาจ่ายหรือจัดนำเที่ยวประโยชน์ของการใช้บริการบริษัททัวร์1 ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย2 ประหยัดค่าใช้จ่าย3 ได้ความรู้4 ได้เพื่อนใหม่5 ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย6 ไม่มีทางเลือกอื่นประเภทของทัวร์3 ประเภท1 ทัวร์แบบอิสระ Independent Tourเหมาะสำหับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบอิสระ ทำให้นักท่องเที่ยวมีเสรีที่จะวางแผนกิจกรรมต่างๆได้เอง2 ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเทื่ยว Hosted Tourโปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่ได้รับการบริการจากตัวแทนของบริษัททัวร์ณ แหล่งท่องที่ยว ตัวแทนบริษัททัวร์จะเข้ามาพบนักท่องเที่ยวเพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน3 ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว Escorted Tourโปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่รวมการบริการของมัคคุเทศก์ตลอดเส้นทาง ทัวร์ประเภทนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเป็นกลุ่มโดยจะมีมัคคุเทศก์ร่วมเดินทางไปด้วยบริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวDestination Management Company or DMC การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้คำจัดความดังนี้ บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน การจัดงานเลี้ยง โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล Incentive Groupบริษัทเหล่านี้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการบริการด้านต่างๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวบริษัทเอกชนต่างๆนิยมติดต่อบริษัทรับการจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวให้ดำเนินการจัดการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัลบริษัทรับจัดการประชุม Meeting Planner บริษัทรับการประชุมมีบทบาทหน้าที่ดังนี้ -เลือกสถานที่สำหรับการประชุม-จองห้องพัก-จองห้องประชุมและอุปกรณ์สำหรับการประชุม-ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม-วางแผนโปรแกรมสำหรับผู้เข้าประชุมและผู้ติดตาม-ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด-ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ-ดำเนินการวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัยหรือแก้ไขวิกฤต-บริการด้านการเดินทางและขนส่ง-ประเมิณผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กฤตยา บัวคลี่ 530105030243
วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
โบราณสถานสระมรกต
ตั้งอยู่ที่วัดสระมรกต ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นกลุ่มโบราณสถานทางพุทธศาสนาขนาดใหญ่ที่สร้างทับกันหลายสมัย เริ่มตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างศิลาแลงและอิฐ ส่วนใหญ่คงเหลือเฉพาะรากฐานอาคารเท่านั้น
ระหว่างการขุดแต่งได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทคู่สลักอยู่บนศิลาแลงเมื่อ พ.ศ 2529 ที่ฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้าง แสดงถึง นัยของล้อเกวียนที่ธรรมะมาสู่ชุมชนและยังมีการสลักรูปกากบาท โดยตรงกลางมีหลุมสำหรับใช้ปักเสา สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อปักฉัตรหรือร่ม
รอยพระพุทธบาทคู่ ที่ใหญ่ที่สุดในไทยรอยพระพุทธบาทคู่นี้คาดว่าสร้างครั้งแรกสมัยทวารวดีถึงสมัยลพบุรี นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันมีการสร้างหลังคาครอบเอาไว้อย่างถาวร ประชาชนนิยมมากราบไหว้รอยพระพุทธบาทคู่แห่งนี้เป็นอย่างมาก ในบริเวณเดียวกันมีร่องรอยที่ยังหลงเหลือของปราสาทขอม ซึ่งปราสาทหลังนี้สันนิษฐานว่าไม่ได้มีความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับการประดิษฐานเทวรูปของเทพในฮินดู แต่ใช้ในการเป็นอโรคยาศาลหรือโรงพยาบาล รูปแบบของอโรคยาศาลสันนิษฐานว่าเริ่มมีการก่อสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นสมัยบายนเป็นยุคก่อนการล่มสลายของอาณาจักรขอม ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและตั้งอยู่ใกล้สระน้ำใหญ่ ก่อนเข้าสู่ตัวอาคารจะมีบ่อน้ำขนาดเล็กอยู่ด้านหน้า เรียกว่า "บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์" ในกลุ่มอาคารเดิมจะมีปรางค์ประธาน ซึ่งจะประดิษฐานพระโพธิ์สัตว์ไภสัชยคุรุไวทูรย์ประภา ด้านข้างสองข้างจะมีห้องสำหรับเก็บตำราหรือคัมภีร์รักษาโรคอยู่ด้วย บริเวณทั่วไปจะมีเศษของศิลาแลง รูปแบบต่างๆ เช่น พญานาค เสานางเรียง และพบพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมี "สระมรกต" เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า มีขนาดกว้างประมาณ 115 เมตร ยาว 214 เมตร ลึก 3.50 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ และได้นำศิลาแลงไปใช้เป็นสถาปัตยกรรม
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
พญานาคนอกจากสระมรกตแล้วยังมี " สระบัว " และ " ศูนย์นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ " ศูนย์นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ จะจัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบในบริเวณนั้นที่สำคัญ เช่น จารึกเนินสระบัว เป็นจารึกหินทรายขาว ขนาดกว้าง 40 ซม. ยาว 177 ซม. จังหวัดปราจีนบุรีได้ใช้สถานที่แห่งนี้จัดงาน " มาฆปูรมีศรีปราจีน " เป็นประจำทุกปี
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
คัดย่อ ประวัติของปิ่นโต
บทกล่าวนำ
บันทึกความทรงจำของแฟร์เนา เมนเดซ ปินโต( Fernão Mendez Pinto ค.ศ.1509-1583) เรื่อง “Pérégrinação”ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปีค.ศ.1614 เป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ รวมทั้งอัตชีวประวัติของเขาอย่างน่าตื่นเต้นและเหลือเชื่อ จนมีการใช้ชื่อของปินโตเล่นคำเชิงล้อเลียนว่าพูดจริงหรือเท็จอย่างสนุกสนานโดยชนชาติศัตรูของโปรตุเกสในยุโรปหรือแม้แต่ชาวโปรตุเกสบางคน บันทึกของปินโตถูกอ้างอิงจากนักประวัติศาสตร์ไทยอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพมาจนปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงบทบาทของทหารรักษาพระองค์ชาวโปรตุเกส และการพระราชทานที่ดินให้พวกเขาตั้งถิ่นฐานและปฏิบัติศาสนพิธีในสมัยอยุธยา จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่าหนังสือฉบับนี้มีสถานะเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือเป็นเพียงนิยายผจญภัย
คำสำคัญ: แฟร์เนา เมนเดซ ปินโต , หลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือนิยายผจญภัย , ทหารรักษาพระองค์ชาวโปรตุเกส, สมัยอยุธยา
ประวัติของปิ่นโต
ปินโตเป็นชาวเมืองมองเตอมูร์เก่า (Montemor-o-velho) ใกล้เมืองกูอิงบรา (Coinbre) ในราชอาณาจักรโปรตุเกส ปินโตเกิดในครอบครัวยากจนระหว่างค.ศ. 1509-1512 เมื่ออายุประมาณ 10 หรือ 12 ขวบจึงต้องเป็นเด็กรับใช้ของสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ในค.ศ. 1523 ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายจนต้องหลบหนีลงเรือจากเมืองกูแอ ดึ แปดรา (Cue de Pedra) การผจญภัยของปินโตเริ่มขึ้นเมื่อเดินทางไปถึงเมืองดิว (Diu) ในอินเดียในค.ศ.1538 ขณะมีอายุได้ 28 ปี เขาเดินทางกลับมาตุภูมิเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1558 รวมเป็นเวลา 21 ปีของการแสวงโชคในเอเชีย ปินโตเคยเดินทางไปในเอธิโอเปีย จีน อาณาจักรของชาวตาร์ตาร์ (Tataria) โคชินไชนา สยาม พะโค ญี่ปุ่น และหมู่เกาะอินเดียตะวันออกในน่านน้ำอินโดนีเซียปัจจุบัน
ปินโตเคยเดินทางเข้าสยาม 2 ครั้ง (กรมวิชาการ, 2531 : 115) ครั้งแรกเข้ามาในปัตตานีและนครศรีธรรมราชก่อนค.ศ.1548 ครั้งที่ 2 เข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช (ค.ศ.1534-1546) นักประวัติศาสตร์บางคนนำหลักฐานของฝ่ายไทยเข้าไปตรวจสอบความน่าเชื่อถือในเอกสารของเขาหลายประเด็น และชี้ให้เห็นความคลาดเคลื่อนของศักราชที่เขาอ้างถึงหลังจากปินโตถึงแก่กรรม บุตรีของเขาได้มอบต้นฉบับหนังสือเรื่อง “Pérégrinação” ให้แก่นักบวชสำนักหนึ่งแห่งกรุงลิสบอน ต่อมากษัตริย์ฟิลิปที่ 1 (Philip I of Portugal,1581-1598 และทรงเป็นกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน - Philip II of Spain,1556-1598) ทรงได้ทอดพระเนตรงานนิพนธ์ชิ้นนี้ บุตรีของปินโตจึงได้รับพระราชทานบำเหน็จรางวัลแทนบิดา
จุดมุ่งหมายที่จริงจังของทั้งปินโตและโคแกนสะท้อนให้เห็นคุณค่าของเหตุการณ์ สถานที่ ทรัพยากร อารมณ์ ความรู้สึกและวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนที่ปรากฏในหนังสือ “Pérégrinação” อย่างไม่อาจมองข้ามได้ งานของปินโตจึงได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยๆฉบับแปลภาษาฝรั่งเศสในปีค.ศ.1628 ก็ถูกอ้างอิงโดยซิมอง เดอ ลาลูแบร์ (Simon de Laloubère) ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อกล่าวถึงจำนวนเรือที่เข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาก่อนหน้าการเข้ามาของตน (จดหมายเหตุลาลูแบร์ฉบับสมบูรณ์ เล่ม 1,2510 : 502) ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าหากลาลูแบร์เคยได้ยินการเสียดสีงานเขียนของปินโตมาบ้างก่อนที่จะเดินทางเข้ามาสยาม เขาควรจะได้ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานจากผู้รู้พื้นเมืองชาวสยามอีกครั้ง ก่อนจะตีพิมพ์งานเขียนของตนที่กรุงอัมสเตอร์ดัมในปีค.ศ.1714 เพราะงานเขียนของปินโตเคยถูกล้อเลียนมาแล้วอย่างอื้อฉาว แต่กลับไม่ปรากฏข้อวิพากษ์ความน่าเชื่อถือของปินโตในงานของลาลูแบร์
บันทึกความทรงจำของแฟร์เนา เมนเดซ ปินโต( Fernão Mendez Pinto ค.ศ.1509-1583) เรื่อง “Pérégrinação”ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปีค.ศ.1614 เป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ รวมทั้งอัตชีวประวัติของเขาอย่างน่าตื่นเต้นและเหลือเชื่อ จนมีการใช้ชื่อของปินโตเล่นคำเชิงล้อเลียนว่าพูดจริงหรือเท็จอย่างสนุกสนานโดยชนชาติศัตรูของโปรตุเกสในยุโรปหรือแม้แต่ชาวโปรตุเกสบางคน บันทึกของปินโตถูกอ้างอิงจากนักประวัติศาสตร์ไทยอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพมาจนปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงบทบาทของทหารรักษาพระองค์ชาวโปรตุเกส และการพระราชทานที่ดินให้พวกเขาตั้งถิ่นฐานและปฏิบัติศาสนพิธีในสมัยอยุธยา จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่าหนังสือฉบับนี้มีสถานะเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือเป็นเพียงนิยายผจญภัย
คำสำคัญ: แฟร์เนา เมนเดซ ปินโต , หลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์หรือนิยายผจญภัย , ทหารรักษาพระองค์ชาวโปรตุเกส, สมัยอยุธยา
ประวัติของปิ่นโต
ปินโตเป็นชาวเมืองมองเตอมูร์เก่า (Montemor-o-velho) ใกล้เมืองกูอิงบรา (Coinbre) ในราชอาณาจักรโปรตุเกส ปินโตเกิดในครอบครัวยากจนระหว่างค.ศ. 1509-1512 เมื่ออายุประมาณ 10 หรือ 12 ขวบจึงต้องเป็นเด็กรับใช้ของสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ในค.ศ. 1523 ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายจนต้องหลบหนีลงเรือจากเมืองกูแอ ดึ แปดรา (Cue de Pedra) การผจญภัยของปินโตเริ่มขึ้นเมื่อเดินทางไปถึงเมืองดิว (Diu) ในอินเดียในค.ศ.1538 ขณะมีอายุได้ 28 ปี เขาเดินทางกลับมาตุภูมิเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1558 รวมเป็นเวลา 21 ปีของการแสวงโชคในเอเชีย ปินโตเคยเดินทางไปในเอธิโอเปีย จีน อาณาจักรของชาวตาร์ตาร์ (Tataria) โคชินไชนา สยาม พะโค ญี่ปุ่น และหมู่เกาะอินเดียตะวันออกในน่านน้ำอินโดนีเซียปัจจุบัน
ปินโตเคยเดินทางเข้าสยาม 2 ครั้ง (กรมวิชาการ, 2531 : 115) ครั้งแรกเข้ามาในปัตตานีและนครศรีธรรมราชก่อนค.ศ.1548 ครั้งที่ 2 เข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช (ค.ศ.1534-1546) นักประวัติศาสตร์บางคนนำหลักฐานของฝ่ายไทยเข้าไปตรวจสอบความน่าเชื่อถือในเอกสารของเขาหลายประเด็น และชี้ให้เห็นความคลาดเคลื่อนของศักราชที่เขาอ้างถึงหลังจากปินโตถึงแก่กรรม บุตรีของเขาได้มอบต้นฉบับหนังสือเรื่อง “Pérégrinação” ให้แก่นักบวชสำนักหนึ่งแห่งกรุงลิสบอน ต่อมากษัตริย์ฟิลิปที่ 1 (Philip I of Portugal,1581-1598 และทรงเป็นกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน - Philip II of Spain,1556-1598) ทรงได้ทอดพระเนตรงานนิพนธ์ชิ้นนี้ บุตรีของปินโตจึงได้รับพระราชทานบำเหน็จรางวัลแทนบิดา
จุดมุ่งหมายที่จริงจังของทั้งปินโตและโคแกนสะท้อนให้เห็นคุณค่าของเหตุการณ์ สถานที่ ทรัพยากร อารมณ์ ความรู้สึกและวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนที่ปรากฏในหนังสือ “Pérégrinação” อย่างไม่อาจมองข้ามได้ งานของปินโตจึงได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยๆฉบับแปลภาษาฝรั่งเศสในปีค.ศ.1628 ก็ถูกอ้างอิงโดยซิมอง เดอ ลาลูแบร์ (Simon de Laloubère) ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อกล่าวถึงจำนวนเรือที่เข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาก่อนหน้าการเข้ามาของตน (จดหมายเหตุลาลูแบร์ฉบับสมบูรณ์ เล่ม 1,2510 : 502) ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าหากลาลูแบร์เคยได้ยินการเสียดสีงานเขียนของปินโตมาบ้างก่อนที่จะเดินทางเข้ามาสยาม เขาควรจะได้ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานจากผู้รู้พื้นเมืองชาวสยามอีกครั้ง ก่อนจะตีพิมพ์งานเขียนของตนที่กรุงอัมสเตอร์ดัมในปีค.ศ.1714 เพราะงานเขียนของปินโตเคยถูกล้อเลียนมาแล้วอย่างอื้อฉาว แต่กลับไม่ปรากฏข้อวิพากษ์ความน่าเชื่อถือของปินโตในงานของลาลูแบร์
วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ตลาดน้ำอโยธยา
เมื่อวันเสาร์ที 3 กรกฎาคม 2553 ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ตลาดน้ำอโยธยา ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอยุธยาแห่งหนึ่งการเดินทางจากกรุงเทพฯสามารถขึ้นรถไฟ รถทัวร์ รถตู้และขับรถไปเองได้อย่างสะดวก ระยะทางจากรุงเทพฯไปอยุธยารวมแล้วประมาณ 80 กิโลเมตร และที่ตลาดน้ำอยุธยายังมีที่จอ
ดรถและรถรับส่งไว้บริการนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกในการเดินทาง
ส่วนการเดินทางของเราได้เลือกการเดินทางด้วยรถไฟไปลงที่สถานีอยุธยาและขึ้นรถที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกว่า "รถซูบารุ" เสียค่าโดยสารคนละ 20 บาท
เมื่อเราไปถึงตลาดน้ำอโยธยาเราจะเห็นบ้านทรงไทยที่ตั้งตระหง่านเป็นอันดับแรก และเมื่อเดินเข้าไปทางขวามือจะเห็นฉากหลังที่เขียนว่า "ตลาดน้ำอโยธยา" ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว
แต่ถ้านักท่องเที่ยวไม่อยากเดินชมรอบๆตลาดน้ำ เค้าก็มีเรือนั่งชมตลาดน้ำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวให้นั่งดูวิวของตลาดน้ำได้อย่างจุใจอีกด้วย ค่าบริการเรื่อโดยสารนั้นคนละ 20 บาท ต่อหนึ่
งรอบ
เมื่อเราเดินไปรอบๆตลาดน้ำก็จะเจอกับของฝากและของกินมากมายให้เราได้ซื้อไว้ไปฝากคนที่บ้านค่ะ
เดินกันมาได้สักพักก็เริ่มหิว เห็นของกินเรียงรายตามทางเดินแล้วทำให้น่าชวนกินยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นตามเรือพายของชาว ตามร้านค้าต่าง ๆ บนทางเดิน มีให้เลือกซื้อกิน เช่น ผัดไทย ยำมะม่วง ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเลเผา และตบท้ายด้วยของหวาน เช่น ทองม้วนสด ขนมหม้อแกง ข้าวเหนียวสังขหยา และที่ขึ้นชื่อก็ต้องเป็น โรตีสายไหม และยังมีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิมกันอีกมากมาย
นอกจากการเดินดูของและการแสดงแล้วยังมีช้างให้เราได้นั่งชม โบราณสถานวัดมเหยงค์ ค่าบริการคนละ 100 บาท รอบนึงประมาณ 20 นาที
สุดท้ายนี้อยากให้ลองมาเที่ยวชมตลาดน้ำอโยธยานี้กันน่ะค่ะ เป็นที่เที่ยวที่ผสมผสานระหว่างศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม ซึ่งเราจะได้สัมผัสเหมือนย้อนกลับไปยุคเมืองเก่าเลยค่ะ
ตลาดน้ำอโยธยา 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โทรศัพท์ 035-881733 เปิดให้นักท่องเที่ยวชมทุกวันเวลา 10.00 - 21.00 น.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

